สวัสดีค่าสาวๆ จะสิ้นปีแล้วนะคะ ปีนี้ก็เป็นปีที่มีอะไรต่างๆเกิดขึ้นมากมายจริงๆ สำหรับเรา มีทั้งการออกไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ รวมถึงยังคงทำในสิ่งที่รักอยู่ (บิวตี้บล็อกเกอร์ไง;) ทั้งการออกจาก Comfort zone ของตัวเองไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ มีทั้งการเริ่มต้นใหม่และการจากลา… มีทั้งสิ่งที่ดีมากๆจนเหมือน
ไม่ใช่ความจริงรวมถึงสิ่งที่แย่มากจนแทบรับไม่ไหว แต่เราเป็นคนสตรองสิ จะท้ออะไรง่ายๆได้ไง:p รวมๆแล้วมันก็เป็นปีที่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ ตอนนี้อีก 4 วันกำลังจะจบปริญญาตรีแล้ว ปีหน้าก็คงเป็นอีกปีที่จะได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆอีกหลายอย่าง บอกตัวเองว่าต้องห้ามขี้เกียจ! ไม่หยุดเรียนรู้!!! โตขึ้นก็ต้องสตรองขึ้น ต้องแกร่งขึ้น คนที่ได้อ่านคอนเทนท์นี้ก็เช่นกันนะคะ มาทำปี 2016 ให้มันสุดๆไปเลย:)

บ่นมานานควรจะเข้าเรื่องได้แล้วค่ะ ฮ่าๆ สิ้นปีแบบนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะรวบรวมสิ่งที่ใช้แล้วชอบ มาเขียนบล็อกให้ทุกคนได้อ่านกัน : ) โดยประเด็นคือ สกินแคร์ที่เราใช้แล้วชอบที่สุดตลอดปี 2015 นี้ค่ะ เราไม่ค่อยได้อัพบล็อกเท่าไหร่ที่ผ่านมา วันนี้ก็ขอเป็นการสรุปเลยละกันนะคะ ปล.ถ้ามีเวลาก็จะมาเขียนถึงฝั่งเมคอัพแห่งปีเช่นกัน อิอิ

เราขอเริ่มจากการบอกสภาพผิวของเราก่อนนะ

– เราผิวผสมช่วงต้นปีถึงกลางปี พอเข้าท้ายปีผิวแห้งค่ะ (ตลกมั้ยแต่เรื่องจริงเลยล่ะค่ะ ตอนนี้หน้าแห้งมากๆ)

– เคยเป็นสิวเยอะมากบริเวณหน้าผาก แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ ส่วนมากที่ขึ้นมาจะเป็นเม็ดเดียวที่ใหญ่ๆเวลาประจำเดือนมา (สิวสายโหด) และก็เวลาทำงานหนักนอนน้อยมักจะขึ้นบริเวณโครงแก้ม เวลาท้องเสียจะขึ้นบริเวณคางค่ะ

จากที่บอกไปข้างต้นว่าไม่ค่อยได้รีวิวเท่าไหร่ปีนี้ คอนเทนต์นี้ขอจัดหนักเลยค่า

สิ่งที่เราเลือกมานั้น จะไม่ใช่ของที่แพงหมดทุกอย่าง และไม่ใช่ของถูกหมดทุกอย่าง เราจะใช้สลับกันไปค่ะ เป็นอะไรที่เน้นคุณภาพล้วนๆจริงๆ

ขอแบ่งเป็นพาร์ทๆไปนะคะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง

ตัวเราเองเป็นคนที่ชอบใช้มาสคาร่ากันน้ำ อายไลเนอร์กันน้ำค่ะ ฉะนั้นคลีนเซอร์ธรรมดามันเอาออกไม่หมด จึงต้องใช้เมคอัพรีมูฟเว่อควบคู่กับคลีนเซอร์เสมอ 2 ตัวนี้ที่เลือกมา ก็จัดว่าชื่นชอบที่สุดค่ะ

Maybelline Eye+Lip Makeup Remover

รีมูฟเวอร์เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาและริมฝีปาก ยี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อเดียวที่ใช้ตลอดปี พูดได้เลยว่าล้างออกทุกสิ่งอันไม่ว่าจะกันน้ำแน่นขนาดไหน ไม่เคืองตาแค่สำลีแปะแล้วรูดออก ถึงแม้ว่านางจะหมดเร็วและราคาก็ไม่ได้ถูก แต่วัตสันทำโปรโมชั่นออกมาบ่อยมากก ล่าสุดโปร2 ขวด ไซส์ในรูป 399 บาทอย่างคุ้มค่ะ ซื้อตุนกันไป เรารู้สึกว่ามันล้างได้ง่ายมากขึ้นเมื่อเขย่าให้น้ำมันกับน้ำใสมันเข้ากันก่อนเทออกมาค่ะ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย

Plante System Purifit Cleansing Lotion & Makeup Remover

คลีนเซอร์แบบน้ำมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกก็จริงค่ะ และหลายยี่ห้อก็ใช้ดีก็จริงอีกเช่นกันค่ะเช่น Bifesta (รุ่นสีขาวผิวแห้งคือดี แต่ประเด็นคือมันหมดไวและราคาสูงนี่สิ) หรือ Purevivi คุ้มค่าปริมาณเยอะราคาถูก หรืออาจจะเป็นBioderma ของจริงดีจริงไม่พูดมาก แต่ที่เราเลือก Plante System เพราะเราชอบในความออแกนิคของเค้าค่ะ (แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสนี้ขึ้นชื่อเรื่องสารสกัดจากธรรมชาติอยู่แล้ว) เราเคยรีวิวฉบับเต็มไปแล้วที่นี่>>> Review คลีนเซอร์สูตรน้ำ ขวดบิ๊กเบิ้ม Plante System Purifit Cleansing Lotion & Make Up Remover นางมีความอ่อนโยนต่อผิวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติแต่นางก็เช็ดสะอาดหมดจดเช่นกัน เพียงไม่กี่สำลีเท่านั้น และที่ชอบที่สุดคือไม่ระคายเคืองรอบดวงตาค่ะ เช็ดได้ทุกซอกทุกมุมไม่มีอาการแสบหรือระคายเคืองใดๆทั้งสิ้น ราคาอยู่ที่ 1,050 บาท ปริมาณ 500 มล. และใช้ได้นานมากๆ ประมาณสามเดือนกว่านางจึงได้เป็นไอเท็มเด็ดเราไปเลยในปีนี้นะคะ

2.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

ทำการเลือกมาแล้ว 2 อย่างได้แก่

ตัวแรกนั้นเชื่อว่าเป็นตัวที่หลายคนๆเลือกให้เป็นตัวโปรดเช่นกันกับ

Shiseido Perfect Whip Foam

เหตุผลที่เลือกเพราะว่า ความคุ้ม ค่ะ บีบมาแค่จิ๊ดดเดียว แต่สามารถตีฟองได้เยอะและทำความสะอาดได้หมดจด สำคัญสุดคือหน้าไม่แห้ง ยังคงความนุ่มชุ่มชื่นไว้ เดี๋ยวนี้หาซื้อง่าย วัตสันก็นำเข้ามาขายแล้ว ราคาอยู่ที่ 270 บาท เปรียบเทียบแล้วราคาค่อนข้างสูงกว่าแบรนด์อื่นๆ แต่ด้วยความคุ้มค่าจึงใช้ได้นานกว่าสามเดือนด้วยซ้ำ เคาะให้รางวัลกันไป

St. Ives Fresh Skin Apricot Scrub

เคยโพสในเฟสบุคว่า St. Ives คือแบรนด์ที่เราหลงรักจริงๆ เนื่องด้วยความออแกนิคของแบรนด์นั่นแหละค่ะ ตอนเราไปฝึกงานที่มาเลเซียแทบจะใช้ทุกอย่างเป็นยี่ห้อนี้เลยแหละ ตั้งแต่คลีนเซอร์ล้างหน้า แชมพูสระผม ยันโลชั่นทาผิว ราคาก็ดี๊ดีไม่แพงเลย แต่พอทำไมนำเข้ามาไทยมันถึงแพงมากกก แถมมีตัวเลือกให้เลือกน้อย ส่วนมากจะนำเข้ามาขายเพียงแค่โลชั่นทาตัว เซ็งสุดดด สครับตัวนี้ฝากเพื่อนซื้อจากฮ่องกงค่ะ จำราคาไม่ได้แล้ว แต่ไม่แพงๆ ใช้สครับขัดสิ่งสกปรกออกจากผิวอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น เราชอบเอาไว้ขัดบริเวณจมูก ขัดทีไรสิวเสี้ยนน้อยลง และผิวนุ่มนิ่มมากกก กลิ่นก็หอม สบายผิวสบายจมูกค่ะ เคาะๆไป

3. โทนเนอร์

ใช้มาเนิ่นนาน และก็จะยังเลือกใช้ต่อไปกับ

น้ำเกลือ Klean & Kare 

ใช้ตั้งแต่เป็นสิวเรื้อรังบริเวณหน้าผากมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวน้ำเกลือไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษอะไรหรอกค่ะ เพียงแค่เราเอามาเช็ดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดผิว เอาไว้ฆ่าเชื้อสิ่งสกปรกทุกอย่างอีกครั้งก่อนขั้นตอนการบำรุงผิวนั่นเอง สำคัญที่สุดคือเช็ดแล้วผิวไม่แห้งตึง ยังคงความชุ่มชื้นอยู่เช่นกัน หาซื้อก็ง่าย ร้านยา ร้านความงาม แม้กระทั่งเซเว่น ก็มีขาย 30-40 บาทไซส์ในรูปนะคะ เราเลือกใช้ไซส์นี้เพราะน้ำเกลือเมื่อเปิดฝาแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 30 วันค่ะ ไซส์ใหญ่ใช้ไม่ทัน ไซส์ในรูปจะพอดีเลยประมาณเดือนนึง

ต่อไปสำหรับขั้นตอนบำรุงผิว

4. เซรั่มบำรุงผิว

ปกติแล้วในช่วงเช้าการลงเซรั่มแค่เพียงตัวเดียว แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเราหน้าแห้งค่ะ แต่ในที่สุดเราก็ค้นพบตัวที่ใช่แล้ว ไปดูกัน

Fracora LIFTest Proteoglycan 

เซรั่มยกกระชับผิวหน้า แบรนด์พรีเมี่ยมจากญี่ปุ่นค่ะ บอกก่อนเลยนะว่าตอนแรกที่ได้มาลอง เราไม่ได้คาดหวังเลยว่ามันจะดี เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้มาผ่านๆค่ะ แวบแรกที่คิดคือ ไอ้น้ำใสๆเนี่ยนะ มันจะบำรุงได้จริงหรอ สรุปคือมันเริ่ดมากก 2 อาทิตย์แรก หน้าเรานิ่มและใสขึ้นเยอะถึงจะนอนน้อยจากการทำวิจัย สิวแทบไม่ขึ้นเลยนอกจากช่วงประจำเดือนมาเท่านั้น มันให้ความชุ่มชื้นแบบที่สามารถใช้ตัวเดียวในตอนเช้าได้เลย (เฉพาะวันที่หน้าไม่แห้งมากเกินเยียวยา) ตอนนี้ใช้มาเดือนนึงแล้วหมดไปครึ่งหนึ่ง และคิดว่าเป็นอะไรที่อยากซื้อต่อจริงๆ ปริมาณอยู่ที่ 30ml ราคา 1,390 บาท ค่ะ อ่านรีวิวจากเน็ตเห็นว่าแบรนด์นี้เซรั่มตัวอื่นๆก็ใช้ดีเหมือนกัน อยากจะลองให้หมดเลยล่ะค่ะ

Lancome Advanced Genifique Youth Activating Concentrate

ตัวนี้เป็นขวดที่ 2 ของปีนี้ค่ะ บอกตามตรงเลยนะคะ ใช้ไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนะคะ ไม่ได้ชุ่มชื่นถึงขนาดที่ว่าใช้เป็นเซรั่มเดี่ยวๆตอนเช้าได้เหมือนตัวบน แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ว่าเราจะเที่ยวหนัก นอนดึก นอนน้อยแค่ไหน นางก็ช่วยชีวิตเราไว้ได้ตลอดปีเลยค่ะ เหมือนนางเป็นตัวปรับผิวให้ตื่นๆๆๆ ตอนเช้าของเราอ่ะค่ะ 5555 ก่อนการบำรุงและแต่งหน้าขั้นต่อๆไป ก็เคาะให้รางวัลนางไป

5.ครีมบำรุงผิว

ในส่วนรูปแรกจะเป็นตัวที่เราเลือกใช้ทั้งกลางวันและกลางคืนค่ะ

Smooth E Skin Care Cream

หลอดเขียวในตำนาน เป็นแบรนด์ที่เห็นมาตั้งแต่เราเกิด เราใช้นางมาตลอดเลยบำรุงเช้าเย็นหลังจากเซรั่ม เหมือนปรับสภาพผิวให้เป็นปกติ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้เช่นกัน ยิ่งช่วงฝึกงานที่มาเลเซียเที่ยวเยอะ แล้วเซรั่มหมดก็ใช้นางหลอดเดียว เอาอยู่เหมือนกันนะคะ เห็นหลอดเท่านี้ใช้ได้นานเหมือนกัน ซื้อไปใช้ที่มาเลอยู่ 2 เดือนครึ่งยังเหลือกลับมาเลย

Mamonde Fresh Moisture Emulsion

ตัวนี้เราพึ่งค้นพบเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ เป็นแบรนด์เกาหลีที่เราอยากลองมานานมากก พอได้ลองแล้วมันก็ดีสมกับที่คาดหวังไว้ เป็นครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นที่ไม่เหนอะหนะเกินไป เหมาะกับการใช้เป็นครีมกลางวันได้ไม่มีปัญหาเยิ้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆของสารสกัดธรรมชาติ ใช้ทุกเช้าก็รู้สึกเฟรชทุกเช้า ปริมาณมาเยอะมาก 50 ml มีวางขายที่บู้ทส์นะคะ (รู้สึกว่าวัตสันบางสาขาก็มีเช่นกันค่ะ) ในราคา 590 บาท แถมมีโปรโมชั่นบ่อยด้วย แบรนด์ดีๆ ขอบอกต่อค่ะ

ต่อไปจะเป็นครีมบำรุงผิวที่เราใช้ช่วงกลางคืนนะคะ

La Monde Perfect Facial Emulsion

ตัวนี้มีส่วนช่วยในการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย ซึ่งที่จริงแล้วเหมาะกับคนที่มีอายุ 30 ขึ้นไปนะคะ ที่เราเลือกมาใช้เพราะแน่นอนเราเป็นบล็อกเกอร์ เราแต่งหน้าบ่อยแต่งหน้าจัดด้วย เราใช้งานผิวหน้าเยอะ จึงมีโอกาสสูงที่ผิวหน้าจะหย่อนคล้อยกว่าคนอื่น ตัวนี้จึงมีส่วนช่วยเรามากในการช่วยยกกระชับผิวเราไว้ ใช้แล้วตื่นมาผิวเด้งดีค่ะ ติดใจมากๆ  เนื้อครีมไม่ได้เหนะหนะอะไร แต่ประเด็นที่ใช้แค่ตอนกลางคืนอย่างเดียวเพราะว่า มันแพงค่ะ 55555+ ปริมาณ30ml 2,900 บาท แพงมากก

Mamonde Extra Moisture Cream 

จากที่บอกไปนะคะ ว่าช่วงท้ายปีเราหน้าแห้งหนักจริงๆ และแบรนด์นี้ก็พึ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น ไม่มีสารอันตรายใดๆ ที่ทาแล้วเพิ่มควาชุ่มชื้นให้ผิวหน้าแห้งๆอย่างเราได้อย่างเต็มที่จริงๆ วันไหนที่แห้งมากๆเราก็ทาทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ คุ้มมากๆ ราคา 590 มีโปรบ่อย ขายตามวัตสันและบู้ทส์ หลงรักนาง ไม่เคยมีอาการแพ้ใดๆ ตั้งแต่ได้ลองใช้แบรนด์นี้มา อ้อลืมบอกไปเป็นแบรนด์เกาหลีนะคะอยู่ใน เครือAmorepacific เครือเดียวกับแบรนด์ดังอย่าง Sulwhasoo, Laneige, Hera, IOPE ด้วยค่ะ

6.ผลิตภัณฑ์บำรุงอเนกประสงค์

Skinplants Rose Hip Oil

น้ำมันโรสฮิปที่เรารีวิวว่าเป็นไอเท็มโปรดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้ก็ยังหลงรักกันอยู่ ทาได้ตั้งแต่ผิวหน้ายันผิวกาย ถ้าบนผิวหน้าเราก็เอาไว้ลดจุดด่างดำค่ะ ถ้าผิวกายส่วนมากเราจะทาบริเวณข้อศอก แล้วก็รอยแตกลายค่ะ ถึงแม้จะไม่จางลงแต่ก็ไม่ทำให้ขึ้นอีก (ต้องทากันไว้เพราะเราอ้วนง่ายผอมง่ายค่ะ ขึ้นลงเร็ว) 695 บาท ใช้ได้นาน อันนี้ขวดสองของปี เราชอบปิดฝาไม่สนิท น้ำมันมันเลยจับตัวแข็งอยู่ที่ขอบฝาอย่างในรูป เป็นการกระทำที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ 555555

Egyptian Magic Cream

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งครีมอเนกประสงค์ตัวดัง ที่ช่วยเคลือบ ป้องกัน เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวค่ะ ส่วนผสมทั้งหมดมาจากธรรมชาติ สามารถทาได้ทุกส่วนบนร่างกาย ราคาสูง ประมาณ 1,800 บาทได้ แต่กระปุกใหญ่ใช้ยังไงก็หมดยากบอกเลย วัตสันก็มีโปรโมชั่นบ่อยด้วย เราชอบเอาไว้ทาข้อศอก นุ่มนิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางทีก็เอาไว้เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์หน้าได้ แต่มันมันไป เอาไว้เฉพาะหน้าแห้งมากจริงๆหน่ะค่ะ

7.ครีมกันแดด

ในปีนี้ก็ได้ลองมาหลายแบรนด์มากๆค่ะ แต่ก็รู้สึกเฉยๆไม่ได้รู้สึกว้าวอะไร จนกระทั่งใกล้สิ้นปีมาเจอกับตัวนี้ หลงรักเลย

1028 Skin Purifier UV Protector SPF50+++

เป็นครีมกันแดดสูตรน้ำที่มีความเป็นน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้โดยที่ไม่หนักหน้า ซึ่งเราใช้แล้วมันไม่หนา ซึมกับผิวได้ดี ไม่เป็นคราบ ไม่วอกด้วย (ถ้าเขย่าก่อนใช้ดีๆนะคะ) ไปเรียนบางวันไม่แต่งหน้าก็ทาแต่กันแดดตัวนี้แหละค่ะ สบายผิวดี ราคาอยู่ที่ประมาณ 499 บาท แบรนด์ 1028 เป็นแบรนด์ไต้หวันที่พึ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นานค่ะ มีหลายอย่างที่น่าสนใจนะคะ

Helloooo มาถึงพาร์ทสุดท้ายแล้วค่า

8. สเปรย์น้ำแร่

Too Cool for School Perfect Day Makeup Fixer

เรื่องทำให้เมคอัพตินทนเราเฉยๆมาก แต่เรื่องที่ทำให้นางมาติดในกระทู้นี้คือ ความฟุ้งของละอองของนางค่ะ คือเค้าหัวสเปรย์ออกมาทำให้เวลาฉีดมันฟุ้งและกระจายตัวดีมาก 1010101010 ให้นางไปเลย เมื่อละอองละเอียดเวลาฉีดเข้าหน้า ทำให้มันซึบกับผิวหน้าไปเลย ยอมใจเลยค่ะ เรื่องราคาไม่ทราบซื้อตอนไปเที่ยวเกาหลีค่ะ ไม่รู้ว่าแบรนด์ทำไซส์ใหญ่มั้ย เป็นแต่กระป๋องไซส์นี้

Oguma Aquakey 2X Extra Treatment 

ไม่รู้ว่าเป็นขวดที่เท่าไหร่แล้ว นับไม่ถ้วน หลงรักกันเป็นแฟนกันมาแล้วก็ยังจะหลงรักต่อไป ฉีดได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะก่อน-หลังแต่งหน้า ระหว่างวัน ฉีดที่ไรก็รู้สึกผิวเฟรชขึ้นทุกครั้ง สบายผิวค่ะ เหมือนเป็นการมอบสิ่งดีๆให้กับผิวหน้าเวลาเหนื่อย 5555 ราคาหลากหลายมากแบรนด์นี้ 700 ไปถึงหลักพัน มาส์กเค้านี่ขอบอกเลยนะว่าดีมาก เราเอามาส์กไปมาส์กตอนนั่งเครื่องบิน ต่อให้อากาศจะแห้งแต่หน้าเรานี่ชุ่มชื่นอิ่มน้ำระดับ 10 5555 ก็เคาะให้นางไปกับสาขาน้ำแร่ค่ะ รักกกก <3

จบแล้วนะคะสาวๆ กับสกินแคร์ที่เราหลงรักในปี 2015 นี้ รีวิวนี้มาจากใจล้วนๆ ก็ถือว่าเป็นปีที่ได้ลองอะไรดีๆ คุณภาพแน่นๆเยอะมาก นี่ก็คัดมาแล้วให้ได้ชมกัน อะไรที่ไม่ดีเราก็จะไม่พูดถึงไปนะคะ  ปีหน้าก็คงมีอะไรเด็ดๆมาให้ได้ทดลองอีก แล้วก็จะกลับมาพร้อมรีวิวส่งท้ายปีแบบนี้เช่นเดิมค่ะ เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆในการเลือกใช้สกินแคร์นะคะ ไว้เจอกันใหม่คอนเทนต์หน้าจ้า